ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ

0
2064
หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ ครูบาผู้เฒ่าที่มากด้วยวิชาขมังเวท เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ ปลีกตัว เร้นกายอยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ ครูบาผู้เฒ่าที่มากด้วยวิชาขมังเวท เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ ปลีกตัว เร้นกายอยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ ท่านเกิดวันอังคาร เดือนสิบสองไตยใหญ่ ตรงกับวันอังคาร ที่ ๑๒ เดือนพฤศจิกายน ปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ ปีขาล ของไทยเรา หมู่บ้านน้ำหน่อ ตำบลปางซาง จังหวัดลายข่า ประเทศพม่า(รัฐฉานไทยใหญ่)

บิดาเป็นกำนันชื่อนายจั่นตา มารดาชื่อนางเห็งแปร มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด ๑๐ คน หลวงปู่ครูบาออ เป็นคนที่ ๙ ของครอบครัว ปัจจุบันพี่น้องได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว คงเหลือแต่หลวงปู่ครูบาออท่านเดียวท่านยังมีหลานๆ อยู่ในตำบลเมืองนะ หลายคนในปัจจุบัน

ตามประวัติ หลวงปู่ครูบาออ ปณฺฑิต๊ะ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ ๗ ขวบจนถึงอายุได้ ๑๕ ปี เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ครูบาออ เป็น ชาวไทยใหญ่ใต้ อยู่ใน SHAN STATE เมียนมาร์ ซึ่งมีเขตติดต่อกับชายแดนไทยทางภาคเหนือ (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย) ท่านได้ลาสิกขาไปเป็นทหารร่วมรบกับกองกำลังทหารไทยใหญ่ เป็นทหารในระดับผู้บังคับ การกองกำลัง Shan United Revolutionary Army “SURA” ในฐานะผู้นำทัพ (เทียบเท่านายพลของไทย) เจ้าฟ้าแสงเชียง เจ้าแผ่นดินรัฐฉาน ไทยใหญ่ เป็นผู้สักสังวาลเพชร บนศีรษะท่านเมื่ออายุ ๒๐ ปี เพราะโปรดที่ครูบาออ ตอนนั้นเป็นทหารกล้า นำพากองทัพไทยใหญ่รบชนะข้าศึก โดยไม่เสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว ผู้ถูกเกณฑ์เป็นทหารไทยใหญ่ รบกับพม่า ทั้งกองร้อยรบไม่เคยแพ้ เพราะก่อนรบท่านทำน้ำมนต์และสักกระหม่อมให้เพื่อนทหารสู้กับศัตรู ปรากฏว่า ปืนทหารพม่ายิงมาไม่ออกบ้าง ออกแต่ไม่ถูกบ้าง ลูกระเบิดตกใกล้ๆ ไม่ระเบิดบ้าง และเป็นผู้หนึ่งซึ่งมี บทบาทในการสู้รบในสมรภูมิสงครามเชียงตุง “SURA”…เป็นหน่วยเดียวกับที่ “เจ้ายอดศึก” สมัครเข้าเป็นทหารในครั้งแรก แต่ห่างกันคนละรุ่นกับครูบาออ (ครูบาออเป็นรุ่นพ่อ) เพราะเมื่อ ปี 2501 ที่ “เจ้ายอดศึก” เกิดเป็นปีที่ “ครูบาออ” ย่างก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ซึ่งกิจตอนนั้นเพียงเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้กับ “เจ้าฟ้าขุนหนุ่ม” ด้วยความซาบซึ้งต่อรสแห่งพุทธศาสน์จึงเลิกละทิ้งยศทหารตั้งแต่อายุ 40 ปีเป็นต้นมา

พอปลดจากทหารแล้ว จากคำบอกเล่าของท่านได้กลับมาอุปสมบทอีกครั้งโดยมี ”เจ้าปิ่นยา’‘ สังฆราชของไทยใหญ่บวชให้เมื่อราวปีพุทธศักราช ๒๔๙๐

ท่านชอบใช้ชีวิตที่สมถะสันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เรียบง่าย เรื่องอาหาร เมื่อมีก็ฉัน ไม่มีก็ไม่ฉัน ที่ไหนเป็นวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์อยู่อาศัย ท่านก็จะไปพำนักอยู่ปฏิบัติธรรม เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ใช้ชีวิตสันโดษสมถะ เรียบง่ายและมีความอดทนสูงส่ง ที่บนสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีชาวบ้านสักหลังคาเรือนแต่ท่านอยู่ได้

ท่านเป็นครูบาผู้เฒ่าที่มากด้วยวิชาขมังเวท เจ้าอาคมชาวไทยใหญ่ ปลีกตัว เร้นกายอยู่บนดอยสูงเพียงรูปเดียว แม้วัยชรา ก็มีวิชาดี มีบารมีมาก ท่านแบกกลด ธุดงค์จากฝั่งไทยใหญ่ พม่า มาดอยจอมแวะ เพียงรูปเดียว ค่ำไหนนอนนั่น ถ้ำลึกลับ ป่าช้ารก เป็นที่อาศัย ผจญภูตผีปีศาจ เจ้าป่าเจ้าเขา ผ่านมาได้หมด “ครูบาออ” รูปนี้ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาจากประชาชนรัฐไทยใหญ่มาก

ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ เกจิชื่อดังแห่งเชียงดาว

ในด้านของวิชาอาคม

ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ ได้เรียนวิชาจากหอคำหลวงของไทไหญ่ เมืองรัฐฉาน จาก พระสังฆราช ของประเทศพม่า จนสำเร็จวิชาในแต่ละด้านจนสำเร็จ ครูบาออได้ร่ำเรียนจากตำราครูบาอาจารย์ของท่านจำนวน ๙ รูป ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ ๑ รูปอยู่ที่ประเทศพม่า รัฐฉานไทยใหญ่เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาอาคมและการปฏิบัติตนในแบบฉบับวิปัสสนากรรมฐานสันโดษ หลังจากสำเร็จแล้วนั้นครูบาออ ได้ถูกสืบทอดให้เป็นพระสังฆราช เนื่องจากครูบาออเป็นพระชั้นผู้ใหญ่พระมหาเถระองค์ของไทไหญ่องค์ต่อไป แต่เนื่องด้วยท่านชอบความสันโดด ท่านจึงหอบตำราหลวง ของไทไหญ่ เดินธุดงค์เข้ามาฝั่งไทย จนมาตั้งสำนักสงฆ์บนพระธาตุดอยจอมแวะ ราวปี พุทธศักราช ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบันนี้

ในด้านของลูกศิษย์ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ

คนสำคัญ พลโทเจ้ายอดศึก ประธานสภากู้ชาติรัฐฉาน ผู้นำสูงสุดของไทไหญ่ ถือได้เป็นบุคคลสำคัญที่ชาวไทยและนานาอาระยะประเทศรู้จักเป็นอย่างดี พลโทเจ้ายอดศึก เป็นลูกศิษย์เอกของหลวงปู่ครูบาออ คนสำคัญคนหนึ่ง ที่นับถือเคารพและศัทธา หลวงปู่ครูบาออเป็นอย่างมาก เพราะสมัยหลวงปู่ครูบาออ จำพรรษาอยู่ฝั่งไทไหญ่ หลวงปู่ครูบาออ เป็นพระอาจารย์ที่สอนวิชาและลงอักขระเลขย้นต์ จากหอคำหลวงไทไหญ่ให้กับพลโทเจ้ายอดศึกอย่างมากมาย ในรอบ ๑ ปีพลโทเจ้ายอดศึก ต้องมากราบไหว้และลงอักขระสำทับวิชาอาคมในตัวโดยอาราธนาขอพร จากหลวงปู่ครูบาออ ทำพิธีตามแบบไทใหญ่เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เพิ่มความเข้มขลังขมังเวทย์อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัยไว้ป้องกันภัยสาระพัดในสนามรบที่ล้วนมีแต่อันตรายทุกนาที

หลวงปู่ครูบาออได้มอบหมายให้ลูกศิษย์จัดสร้างวัตถุมงคลมาหลายชนิดทั้งที่บันทึกไว้และไม่ได้บันทึกไว้เมื่อสร้างแล้วลงอักขระสำทับวิชาอาคมทำพิธีตามแบบไทยใหญ่แล้วปลุกเสกหลังจากนั้นมอบให้ลูกศิษย์แจกจ่ายให้ทหารและชาวบ้านบ้างพ่อค้าแม่ค้าบ้างนำไปใช้จนเกิดผลสำเร็จทุกคน…

ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ เกจิชื่อดังแห่งเชียงดาว ละสังขารในท่านั่งสมาธิอย่างสงบรวมสิริอายุ 101 ปี ที่สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 04.05 น.วันที่ 24 ตุลาคม 2559 หลังมรณภาพแล้ว ปรากฏว่าคนต่างพากันเก็บสะสมเครื่องรางของขลังของครูบาออ โดยวัตถุมงคลของครูบาออ คือ พญาแมงภู่คำหลวงมหาราชา รุ่นแรก ตะกรุดเหล็กไหล เศรษฐี รวมทั้งหาซื้อเลข 101 ซึ่งเป็นอายุของครูบาออกันทั่วเมืองเชียงใหม่

ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ เกจิชื่อดังแห่งเชียงดาว

วัตถุมงคลของครูบาออ

พญาแมงภู่คำหลวงมหาราชา รุ่นแรก

ตะกรุดเหล็กไหล เศรษฐี

ตะกรุดมหาจักรพรรดิ์เนื้อตะกั่วพอกผงพอกครั่งขนาดยาว 4 นิ้ว

ตะกรุดเหล็กไหลเศรษฐีกินน้ำผึ้ง

พระยาหมูกายสิทธิ์ยอดฉัตร ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ

เหรียญเมตตา ๙๓ ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ พ.ศ. ๒๕๕๕

พระผงรูปเหมือนนั่งสิงห์คุ้มดวง

ล็อกเก็ตยิ้มรับทรัพย์ สี่เหลี่ยมรุ่นแรก ฉลองอายุ 95 ปี

 

พญาแมงภู่คำหลวงมหาราชา รุ่นแรก

 

ตะกรุดเหล็กไหล เศรษฐี

 

ตะกรุดมหาจักรพรรดิ์เนื้อตะกั่วพอกผงพอกครั่งขนาดยาว 4 นิ้ว

 

ตะกรุดเหล็กไหลเศรษฐีกินน้ำผึ้ง ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ครูบาท่านเรียกตะกรุดพอกเหล็กไหล เศรษฐี ว่า ตะกรุด เหล็กไหล เศรษฐี กินน้ำผึ้ง เดือน ๙ ของวิเศษอัศจรรย์ เพราะท่านถือฤกษ์ลงตะกรุดในเดือน ๙ เดือนแห่งการกำเนิดเศรษฐี ฝนชุก น้ำหลาก ไม่แห้งแล้ง ในทุ้งในท่าในไร่นา พืชข้าวกล้าเขียวชอุ่ม เป็นเคล็ดว่า มีความชุ่มช่ำเย็นสบาย เจริญงอกงาม เจริญก้าวหน้า ตามกำลังเดือน ๙ ท่านว่ามีอุดมสมบูรณ์ไม่อด ไม่อยาก
ที่สำคัญ เหล็กไหลเศรษฐี ของกายสิทธิ์ มีอานุภาพอัศจรรย์ จะทำให้มั่งมี ทวีทรัพย์มาก เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองไม่จบไม่สิ้น คงมีตะกรุดดอกนี้ของครูบา เท่านั้นที่สร้างด้วยเหล็กไหล เศรษฐี ดีจริงขนาดนี้
อานุภาพเหล็กไหลเศรษฐี จะดูดเงิน ดูดแก้วแหวนเงินทอง ดูดสมบัติพัดถาน เมื่อรวมกับอานุภาพตะกรุดทั้งดอกนี้จึงทำให้ท่านที่ได้ไปบูชา
เข้าข่าย เป็นเศรษฐี อนุเศรษฐี มหาเศรษฐี ภายในไม่นาน ใช้ด้วยใจเคารพเบิกบานจิต หมั่นทำบุญกุศล จะร่ำรวยในไม่นาน ภายใน 3 วัน7 วัน ท่านให้เคล็ดว่า ในวันจันทร์เพ็ญเต็มดวงให้นำ ตะกรุดทั้งดอกนี้แช่น้ำผึ้ง เพื่อให้เหล็กไหลเศรษฐี กินน้ำผึ้งจะได้แสดงอานุภาพทางด้านมหาเศรษฐี มั่งมีทรัพย์มากได้ดียิ่งขึ้นไปอีก แฝงด้วยเมตตาเสน่หาอันหาที่สุดมิได้ อีกด้วย

คาถา ปลุก ตะกรุด เหล็กไหล เศรษฐี กินน้ำผึ้ง (ว่านะโม 3 จบ)

การบูชาธรรมธาตุเหล็กไหล ( ตั้ง นะโม 3 จบ )
“ พุทโธเมนาโถ ธัมโมเมนาโถ สังโฆเมนาโถ สะกะพะจะ บูชา จะ มหาบูชา ท่านผู้ดูแลรักษา ธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ อันทรงฤทธิ์อานุภาพนี้ อิสะวาสุ อิติปิโส ภะคะวา เหล็กไหลเจริญมา เป็นเศรษฐี เจริญยิ่ง เจริญดี สิ่งดี ๆ ทั้งหลาย หลั่งไหลเข้ามาสู่แก่ตัวข้าพเจ้า ชื่อ……… นามสกุล……… สัมมะ สัมมา สัมมา สัมมะ นะมะอะอุ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ ”
ตะกรุด เหล็กไหล เศรษฐี กินน้ำผึ้ง สร้าง 999 ดอก

 

พระยาหมูกายสิทธิ์ยอดฉัตร ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ

 

เหรียญเมตตา ๙๓ ครูบาออ ปัณฑิต๊ะ พ.ศ. ๒๕๕๕

ที่ระลึกสมทบทุนสร้างทางขึ้นสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๕ ประสบการณ์ เมตตา ค้าขาย ป้องกันภัย สูง

พระผงรูปเหมือนนั่งสิงห์คุ้มดวง

พระผงรูปเหมือนนั่งสิงห์คุ้มดวง หลังฝ่ามือ หลังฝังตะกรุดชนะคน สร้าง 500 องค์ ขนาดความสูง 4 ซ.ม. กว้าง 3 ซ.ม. ครูบาออ สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
พระสมเด็จ ครูบาขี่สิงห์ (ลูบหัวสิงห์) หลังฝ่ามือคุ้มดวง ครูบาออ สร้างเอาไว้แทนตัวท่าน โดยท่านมีเมตตา ลบถมผง และมวลสารเอง (ไทยเรา จะสร้างพระผง ต้องมีผงวิแศษ 5 ประกาศ ตามตำหรับเจ้าประคุณสมเด็จโต คือ ปถมัง ,ตรีนิสิงเห, มหาราช ,พุทธคุณ และอิทธิเจ แต่ของตำหรับไทยใหญ่ กำหนดว่า จะสร้างพระผง ก็ต้องใช้ว่านมหามงคล 9 ชนิด ผนวกกับผงที่ลบถมจากดินอาถรรพ์ 5 แห่ง หรือ 9 แห่ง โดยถือว่า แผ่นดิน คือแม่พระธรณีนี้ มีพลังมากกว่าใคร ต่อให้มีฤทธิ์ มีอำนาจ มีพลัง มีความร่ำรวย แค่ไหน ก็ต้องเหยียบดิน ต้องอาศัยแผ่นดิน เป็นที่ กิน อยู่ หลับ นอน ดังนั้น พม่า ไทยใหญ่ จึงสร้างพระจากว่าน และดิน มากที่สุด) ครูบาออ ให้สร้างเป็นพระพิมพ์รูปท่านนั่งขี่สิงห์ แล้วเอามือลูปหัวสิงห์ สิงห์ นั้นหมายถึงมหาอำนาจ มหาตบะ เดชะ เมื่อท่านเอามือลูปหัวสิงห์ ก็หมายถึง ท่านแฝงมนต์ทางเมตตา มหานิยม ผนวกเข้าไปด้วย รวมความว่า พระสมเด็จครูบาออ นั่งสิงห์นั้น หมายถึง มีชัยชนะเหนือศัตรู และ มีอำนาจมาก , คุ้มครองป้องกันดวง , คุ้มครองดวง อุ้มชะตา ผู้บูชาให้เจริญก้าวหน้า ร่ำรวย และสำเร็จ โดยเอาผงว่าน และดินอาถรรพ์ มาเป็นเชื้อสร้างโดยอาศัยเหตุว่า ผู้ร่ำรวย ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ต้องอาศัยดิน ดังนั้น หากมีพระสมเด็จของท่านก็จะมีอำนาจ ดุจผู้ร่ำรวย ผู้ยิ่งใหญ่ เช่นกัน
ส่วนด้านหลัง ทำเป็นพระยันต์ฝ่ามือ หมายถึงฝ่ามือ อันคอยคุ้มครอง อุ้มชูดวงชะตา ไม่ให้ตก ไม่ให้ต่ำ ไม่ให้ถลำไปในทางเสื่อมนั่นเอง ส่วนตะกรุดที่ใส่กลางพระ เรียกภาษาไทยว่า “ ตะกรุดชนะคน” ความหมายก็คล้าย กับพระเจ้าบุเรงนอง ที่ได้ฉายาว่า “ ผู้ชนะสิบทิศ” มิมีใครหาญเข้ามาสู้พระบารมีได้ นั่นแหละครับ

ล็อกเก็ตยิ้มรับทรัพย์ สี่เหลี่ยมรุ่นแรก ฉลองอายุ 95 ปี

ล็อกเก็ตหลังสิงห์ดำ หลังฝังตะกรุดเกศาสิงห์ไม้แกะ ในมงคลกาลที่ครูบาออ ฯ หลวงปู่ครูบาผู้เฒ่าเจ้าอาคมขลังชาวไทยใหญ่ จะจึงปรารถสร้างยอดวัตถุมงคลตามตำหรับยอดวิชาเอก ฉบับหอคำหเจริญอายุ ครบ 95 ปี ท่านลวง ให้ขึ้นชื่อลือนามมหาเถระสืบทอดวิชาหอคำหลวง และให้ศิษย์ชาวไทย ได้รับรู้ว่า วิชาเอกของไทยใหญ่ ขลัง แรง และศักสิทธิ์ยิ่งนัก วัตถุมงคลที่ระลึก ร่วมฉลองอายุ 95 ปี มีรายละเอียดดังนี้

ล็อกเก็ตยิ้มรับทรัพย์ สี่เหลี่ยมรุ่นแรก ฉลองอายุ 95 ปี ลายมือครูบาออ หรือเรียกว่าล็อกเก็ตลายเซ็นก็ได้ ล็อกเก็ตมหาเศรษฐีก็ได้ เพราะเป็นประกาศิตว่า ใครมีล็อกเก็ตรุ่นนี้ รวยหมด รวยทุกคน ถือว่าเป็น ตัวแทนของท่านครูบาออ เป็นตัวแทนครูบาอาจารย์ของท่านและสายวิชาหอคำหลวง ด้านหน้ารูปครูบาออ ห่มคลุม ริ้วรอยเหี่ยวย่น ชัดเจน ใบหน้ายิ้มพิมพ์ใจ มีความสุขที่สร้างทางเสร็จ มีความสุขที่ลูกหลานมีสุข ลูกศิษย์มีชีวิตสดใส เจริญก้าวหน้า ด้านหลัง ฝังของวิเศษเฉพาะตัวหลายชิ้น ดังนี้

– ล็อกเก็ตฉากสีเทา ฝังเกศา ,จีวร,ตะกรุดเสริมดวง 1 ดอก ตะกรุดมหาปราบ 1 ดอก ฝังสิงห์ไม้กาหลงดำ สร้างจำนวน 500 องค์

– ล็อกเก็ตฉากสีเขียว (กรรมการ) ฝังเกศา,จีวร ,ตะกรุดเสริมดวง 1 ดอก ,ตะกรุดมหาปราบ 1 ดอก ,ตะกรุดมหาเมตตา 1 ดอก ฝังสิงห์ใหญ่สีขาว สร้างจำนวน 300 องค์