ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา

0
2299

ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา เมื่อ 45 ปีที่แล้วในเชียงใหม่มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดที่มาพร้อม “ซึง” เครื่องดนตรีล้านนาประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป

แม้ตำนานนี้จะเลือนหายไปตามกาลเวลา หากก็มีการค้นพบฟิล์มภาพยนตร์ที่บันทึกภาพ ยืนยันถึงตำนาน ลุงต๋าคำ วณิพกตาบอดแห่งล้านนา

ลุงต๋าคำ คือ ศิลปินตาบอด ที่มีชีวิตอยู่ในเมืองเชียงใหม่ เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา มีอาชีพเป็นวณิพกดีดซึงประกอบการจ๊อยซอ หรือเพลงพื้นบ้านล้านนาตามหน้าโรงหนัง หรือตามตลาด เพื่อแลกกับเงินเลี้ยงชีพ

ภรรยาของลุงที่เป็นคนตาดีจะจูงลุงไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อเล่นซึงแลกเงิน บางครั้งก็ร้องเพลงซอไปด้วย ลุงต๋าคำเป็นคนหยิ่ง ไม่เคยก้มหัวให้ใคร ใจแกสู้ตลอดเวลา วันไหนหาเงินไม่ได้จากการเป็นวนิพกแกก็พร้อมจะอด
. คุณจรัล มโนเพชร ถ่ายทอดเรื่องราวของลุงไว้ได้อย่างดีในเพลง “ลุงต๋าคำ”

“…..นั่นคือ เสียงซึง จากลุง ต๋าคำ จากโลก อันมืดดำ แต่มี พลัง
หวาน..เศร้า บอกเรื่อง ราวปางหลัง ที่ ถูกฝัง ด้วยกาล เวลา..

..ไม่ อาจ มองเห็น ผู้คน ด้วย อับจน พิการ สองตา ก็ อยู่ อย่างคน แสวงหา
ด้วย ศรัทธา ในคีต-กาล..

..แข็ง กร้าว ไม่งอน ง้อใคร แต่ แจ่มใส เหมือนดอก ไม้บาน
แม้น ให้ ด้วยใจ สงสาร ก็ ขับขาน เสียงเพลง ตอบแทน…”

ลุงต๋าคำ ตำนานวณิพกแห่งล้านนา เมื่อ 45 ปีที่แล้วในเชียงใหม่มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดที่มาพร้อม "ซึง" เครื่องดนตรีล้านนาประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป

เรื่องราวของลุงต๋าคำ นอกจากเรื่องการเป็นวนิพกที่ใช้เสียงดนตรีเลี้ยงชีพอย่างทรนงแล้ว แกยังมีเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจ …

. “…..สอง ข้าง ทางอัน แสนไกล ที่ เดินไป ด้วยความ ขัดสน
ไม่ ขาด คนเคียง ข้างตน คู่ กุศล คู่กรรม คู่ครอง..
..ถึง..ตราบ จนวัน สุดท้าย ชีพ วางวาย ผู้คน หม่นหมอง
สอง แก้ม อาบน้ำ ตานอง สิ้น ทำนอง สิ้นเสียง ซึงดัง
..ไม่มี เสียงซึง จากลุง ต๋าคำ จากโลก อันมืดดำ แต่มี พลัง”

ความสามารถในการเล่นซึงของลุงต๋าคำมีหลายคนบอกเล่าว่าสามารถเรียกนกให้บินลงมาบินเล่นรอบตัวลุงได้ จนหลายคนเรียกขานว่า “เทพซึงแห่งล้านนา” พ่อครูต๋าคำ ชัยวินา แม้เหลือเพียงตำนาน หากเสียงซอของลุงต๋าคำ วณิพกตาบอดแห่งล้านนายังดังก้องอยู่ในอินเตอร์เน็ต

ราวช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๕ หรือประมาณพ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๒๐ เมืองเชียงใหม่ได้มีตำนานเล่าถึงวณิพกตาบอดกับ “ซึง” ประจำตัว พร้อมกับฝีมือบรรเลงที่เหนือดนตรีทั่วไป ต่อมาตำนานนี้ก็ค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา น้อยคนนักที่จะจดจำนักดนตรีตาบอดผู้นี้ ทว่าภายหลังก็มีการค้นพบฟิล์มภาพยนตร์ที่บันทึกภาพ ยืนยันถึงตำนาน “ลุงต๋าคำ” วณิพกตาบอดแห่งล้านนา ทำให้เรื่องราวของวณิพกผู้เชี่ยวชาญการดนตรีได้กลับมาเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง

ตำนานวณิพกตาบอดถ่ายทอดผ่านบทเพลง ลุงต๋าคำ จากเสียงร้อง และปลายปากกาของจรัล มโนเพ็ชร คือหนึ่งในภาพจำที่คนทั่วไปรู้จักเกี่ยวกับตัวตนของลุงต๋าคำ มือซึงเทวดาแห่งล้านนา ตำนานยังเล่าว่าเสียงซึง และการขับซอของวณิพกเฒ่าสามารถเรียกฝูงนกให้บินลงมาเคล้าคลอเสียงเพลงได้อย่างน่าประหลาด

“ฟังครั้งแรกก็รู้ว่าคนเล่นฝีมือไม่ธรรมดา เพราะแนวการเล่นที่เป็นทางแบบล้านนาโบราณต่างจากที่เคยได้ยิน” บรู๊ซ แกสตัน อาจารย์ชาวอเมริกัน มหาวิทยาลัยพายัพในเวลานั้นบรรยายถึงเสียงซึงของลุงต๋าคำ หลังพบวณิพกเฒ่าบรรเลงเพลงเครื่องดนตรีประจำตัวอยู่หน้าโรงหนัง ทำให้เขาตัดสินใจฝากตัวเรียนรู้กับครูเฒ่าในทันที และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้มีการถ่ายภาพยนตร์เก็บไว้ในเวลาต่อมา ซึ่งยุคนั้นศิลปินล้านนากำลังถูกอิทธิพลจากภายนอก และการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบไร้รากเหง้าจนเอกลักษณ์ผิดเพี้ยนไปจากของเดิม ฟิล์มบันทึกภาพการเล่นซึงและการขับซอของลุงต๋าคำจึงมีความสำคัญ ในฐานะต้นแบบการบรรเลงมีคุณค่ากับการศึกษาดนตรีล้านนา ไมเคิล เดนิสสัน อดีตอาจารย์อักษรศาสตร์ จุฬามหาวิทยาลัยผู้เคยเดินทางไปเชียงใหม่พร้อมลูกศิษย์ เพื่อบันทึกภาพยนตร์ ๑๖ มิลลิเมตร ของลุงต๋าคำ ในช่วง ๑๐ ปีก่อนที่วณิพกเฒ่าจะเสียชีวิต

.ลุงต๋าคำ วณิพกเฒ่า คือปูชนียบุคคลที่มีลูกศิษย์ติดตามจำนวนหนึ่ง ด้วยรูปลักษณ์และความยากจน ทำให้ลุงต๋าคำไม่เคยถูกยอมรับในวงกว้าง หากวณิพกเฒ่าไม่เคยใส่ใจต่อชื่อเสียง ยังคงตระเวนขับกล่อมผู้คนด้วยเสียงซึง ตราบจนวาระสุดท้าย วณิพกเฒ่าจะเสียชีวิตในวัยร่วม ๙๐

 

 

เพลง ลุงต๋าคำ

. จลัล มโนเพ็ชร

. เสียงแว่ววังเวงหวีดหวิว
แผ่วแผ่วพลิ้วเสียงลม เสียงซึง
นิ้วกรีดดีดดังตังตึง
..ติงตึงติงตังตึงติง..

. เสียงโอดทำนองขับขาน
สอดประสานสำเนียงเวียงพิงค์
คล้ายล่องลอยตามน้ำปิง
มาสู่สิงอิงในภวังค์

. นั่นคือเสียงซึงจากลุงต๋าคำ
จากโลกอันมืดดำแต่มีพลัง
หวานเศร้าบอกเรื่องราวปางหลัง
ที่ถูกฝังด้วยกาลเวลา

. ไม่อาจมองเห็นผู้คน ด้วยอับจนพิการสองตา
ก็อยู่อย่างคนแสวงหา ด้วยศรัทธาในคีตการ
แข็งกร้าวไม่งอนง้อใคร แต่แจ่มใสเหมือนดอกไม้บาน
แม้นให้ด้วยใจสงสาร ก็ขับขานเสียงเพลงตอบแทน

. นั่นคือเสียงซึงจากลุงต๋าคำ
จากโลกอันมืดดำจากใจให้แฟน
หวานเศร้าเจ็บปวดร้าวสุดแสน
ด้วยอ้อมแขนโอบซึงตรึงใจคน..

. สองข้างทางอันแสนไกล ที่เดินไปด้วยความขัดสน
ไม่ขาดคนเคียงข้างตน คู่กุศลคู่กรรมคู่ครอง
ถึงตราบจนวันสุดท้าย ชีพวางวายผู้คนหม่นหมอง
สองแก้มอาบน้ำตานอง สิ้นทำนองสิ้นเสียงซึงตึงตัง

. ไม่มีเสียงซึงจากลุงต๋าคำ จากโลกอันมืดดำแต่มีพลัง
แม้นร่างถูกดินทรายกลบฝัง แต่มนต์ขลังยังตรึงซึ้งใจ

ไม่มีเสียงซึงจากลุงต๋าคำ จากโลกอันมืดดำจากใจให้แฟน
หวานเศร้าเจ็บปวดร้าวสุดแสน ด้วยอ้อมแขนโอบซึงตรึงใจคน..

………………………….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/storyman/2017/05/30/entry-1

ที่มา : http://www.music.cmru.ac.th/archive/?p=600