วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

0
2348

วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ที่ตั้ง : วัดอุปคุต ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
วัดอุปคุต ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.

ประวัติวัดอุปคุต

วัดอุปคุต เป็นชื่อใหม่ เดิมชื่อ อุปคุตไทย โดยการรวมวัดสองวัด คือวัดอุปม่านและวัดอุปคุตไทย เข้าเป็นวัดเดียวกัน เรียกร่วมว่า วัดอุปคุต อุปคุตเป็นชื่อสาวกของพระพุทธเจ้าที่ทรงด้วยฤทธิ์ มีอำนาจในการปราบมาร เมื่ออุปคุตม่าน หรือพม่ายกเลิก จึงทำให้ที่ดินวัดว่างเปล่าลง ทางวัดจึงให้พุทธสมาคม เช่า ดำเนินงานต่างๆ จึงทำให้เกิดพุทธสถานขึ้นแทนวัดอุปคุตม่าน(พม่า) โดยมีกำแพงกั้นระหว่างวัดอุปคุตกับพุทธสถาน แต่ใช้โฉนดเดียวกัน คือโฉนดเลขที่ 2490 รวมที่ดินวัดอุปคุตและพุทธสถาน จำนวน 8 ไร่ 53 ตารางวา

พระพุทธรูปรูปแบบสุโขทัย สร้างด้วยปูน อายุประมาณ 150 ปี เป็นพระประธานอยู่ในวิหาร หน้าตักกว้าง 20นิ้ว สูง 72 นิ้ว

พระปางห้ามญาติ เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง อายุ 200 ปี เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย มีความสูง 72 นิ้ว

พระประธานในกุฏิ เป็นพระพุทะรูปแบบล้านนา สร้างมาประมาณ 150 ปี กว่าง 40 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว

พระอุปคุตเป็นพระประจำวัด พระบัวเข็มหรือพระอุปคุต เป็นพระบูชาที่นิยมกันมากในกลุ่มชนชาวพม่า มอญและคนไทยทางภาคเหนือ พระบัวเข็มเริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทย เมื่อครั้งที่พระมอญ นำพระบัวเข็มมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะที่ยังทรงผนวชอยู่

พระบัวเข็มหรือพระอุปคุตนับเป็นพระอรหันต์พุทธสาวกหลังพุทธกาลถึง 200 กว่าปี มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ กล่าวคือ ตอนสมัยยังไม่บวช ช่วยพ่อแม่ค้าขายในตลาด เมืองมถุรา อินเดีย ปรากฏว่าประสบความสำเร็จดีมาก มีลูกค้าอุดหนุนมากมาย ต่อมาบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา มีความตั้งใจเจริญวิปัสสนากรรมฐานโดยลำดับ จนกระทั่งบรรลุพระอรหันต์ผล สำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นพระอาจารย์สั่งสอนกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน มีลูกศิษย์ถึง 18,000 รูป ว่ากันว่าท่านชอบจำพรรษาที่ใต้สมุทร (สะดือทะเล)

ชื่อเสียงของท่านทราบไปถึงพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์จึงเสด็จไปอาราธนาท่าน ให้มาคุ้มครองความเรียบร้อยในงานพิธีฉลองพระสถูปเจดีย์ 84,000 องค์ ระหว่างนั้นมีพญามารมาก่อกวนในงานพิธี พญามารตนดังกล่าว คือ พระยาวัสวดี คู่อริเก่าของพระพุทธเจ้า เมื่อคราวจะตรัสรู้ พญามารตนนี้จะมาแย่งชิงรัตนบัลลังก์ จนพุทธองค์ต้องตรัสเรียกนางวสุนธรา พระแม่ธรณีเป็นพยาน โดยบีบมวยผมน้ำกรวด (ที่พระพุทธเจ้าทำทุกครั้งที่ทรงบำเพ็ญกุศล) ไหลออกมาเป็นทะเลหลวง ท่วมทับเสนามารทั้งหลายให้จมวอดวาย กระแสน้ำได้ซัดช้างคีรีเมขล์ ให้ถอยร่นไปติดขอบจักรวาล พญามารตกตะลึงเป็นอัศจรรย์ จึงประนมหัตถ์ถวายนมัสการ ยอมปราชัยพ่ายแพ้บารมีของพระพุทธเจ้า

พญามารมาก่อกวนทำลายพีธีครั้งนี้ เข้าใจว่าเมื่อไม่มีพระพุทธเจ้า (เพราะเสด็จปรินิพพานไปแล้ว 218 ปี) คงไม่มีใครขวางได้ ปรากฏว่าถูกพระอุปคุตเนรมิตสุนัขเน่ามีกลิ่นเหม็นคลุ้งเต็มไปด้วยหมู่หนอนยัวเยียน่าขยะแขยง ไปผูกติดไว้ที่คอพญามาร ซึ่งแก้อย่างไรก็ไม่ออก ต้องเหาะไปหาเทพยดา พระอินทร์ ท้าวจตุโลกบาลมหาราช ตลอดพระพรหม ก็ไม่อาจแก้พันธนาการนี้ได้ ในที่สุดพญามารจำใจกลับมาหาพระอุปคุต เข้าไปกราบแทบเท้าพระอุปคุตกล่าวรับสารภาพผิด แต่ก่อนจะแก้เอาสุนัขเน่าออกได้ พระอุปคุตเห็นว่าควรจะมัดพญามารไว้ก่อนโดยมัดติดไว้กับภูเขาจนกว่าพิธีของพระเจ้าอโศกมหาราชจะเสร็จสิ้น

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้พญามารถึงกับรำพึงว่า “ตัวเรานี้ผจญกับพระพุทธเจ้ามานักต่อนัก ไม่เคยมีเลยว่าพระพุทธเจ้าจะทำกับเราอย่างนี้ พระอุปคุตเป็นเพียงพุทธสาวกทำกับเราถึงขนาดนี้” พระอุปคุตจึงกล่าวว่า ‘ดูก่อนพญามาร อาตมากับท่านเป็นคู่ทรมานกัน เพราะเหตุนี้จึงไม่มีกรุณา การกระทำแก่ท่านครั้งนี้เพื่อจะยังให้ม่านมีจิตปรารถนาพุทธภูมิ และพระพุทธเจ้ายังได้ตรัสพยากรณ์ไว้ว่า พระอุปคุตเถระจะได้ทรมานพระยาวัสวดีมาร ให้ละพยศหมดความอหังการ สิ้นความร้ายกาจในอนาคตกาล พญามารนั้นปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในภายหน้า ขอท่านจงตั้งใจละจิตบาปเสีย อย่าได้กระทำบาปกรรมต่อไปอีกเลย”

ด้วยเหตุนี้ คนทางเหนือและอีสาน ตลอดจนชาวมอญและพม่า ต่างนิยมสร้างรูปพระอุปคุตบูชากันอย่างสนิทใจ คติคนโบราณนั้นจนถึงปัจจุบัน หากมีงานหรือพิธีสำคัญๆต้องกราบอาราธนาท่านพระอุปคุตออกมาตั้งบูชาขอพรไม่ให้มีอุปสรรคเกิดขึ้น หรือชีวิตท่านผู้มีใด มีอุปสรรคก็ต้องบูชาสักการะพระอุปคุตขอพรจากท่าน ย่อมบังเกิดความราบรื่นในการดำเนินชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นพระประจำเมืองเชียงใหม่ที่มีประชาชนเคารพนับถือมาก เป็นพระที่สร้างด้วยทองสำริดปิดทอง มีความกว้าง 27 นิ้ว ความสูง 34 นิ้ว ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหาร

กิจกรรมสำคัญ

ตักบาตรเที่ยงคืน ในวันเป็งปุ๊ด

เจ้าอาวาสวัดอุปคุต

รูปที่ 1 ไม่ปรากฏหลักฐาน
รูปที่ 2 ไม่ปรากฏหลักฐาน
รูปที่ 3 ไม่ปรากฏหลักฐาน
รูปที่ 4 พระอธิการสิงห์แก้ว คุณ̣นา พ.ศ.2469 ถึงพ.ศ.2473
รูปที่ 5 พระอธิการสิงห์แก้ว คุณ̣นา พ.ศ.2474 ถึงพ.ศ.2475
รูปที่ 6 พระอธิการอ้าย พ.ศ.2476 ถึงพ.ศ.2478
รูปที่ 7 พระอธิการแก่น ปญ̣โญ พ.ศ.2479 ถึงพ.ศ.2503
รูปที่ 8 พระครูบุญมี ฐิตสาโร พ.ศ.2504 ถึงพ.ศ.2527
รูปที่ 9 พระสมจิต(รักษาการแทน) พ.ศ.2527 ถึงพ.ศ.2528
รูปที่ 10 พระสมนึก(รักษาการแทน) พ.ศ.2528 ถึงพ.ศ.2529
รูปที่ 11 พระอธิการจันทร์ทิพย์ อินฺทวํโส พ.ศ.2529 ถึงพ.ศ. 2530
รูปที่ 12 พระครูสังฆภารวิสุทธิ์ (สิริมงฺคโล) พ.ศ.2530 ถึงพ.ศ.2541
รูปที่ 13 พระอธิการประพันธ์ สุทฺธจิตฺโต พ.ศ.2541 ถึง ปัจจุบัน

ลำดับเจ้าอาวาสวัดอุปคุต

พระครูพัทธนาธิมุต สุทธิจิตโต มีลำดับชั้นสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นโท ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดอุปคุต และยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบล (จต.) ประวัติด้านการศึกษาของพระครูพัทธนาธิมุต สุทธิจิตโต พระครูพัทธนาธิมุต สุทธิจิตโต เจ้าอาวาสวัดอุปคุต จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาโท

แผนที่วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


วัดใกล้เคียงวัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดช่างฆ้อง ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่