วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่

0
837

วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่

ที่ตั้ง : วัดแสนฝาง เลขที่ 188 ถนนท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ 50300
วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างวัดเมื่อ พ.ศ.  ได้รับพระราชทานพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.

ประวัติวัดแสนฝาง

วัดแสงฝาง นั้น เดิมชื่อว่าวัดแสนฝัง มีที่มาจากชื่อของพระเจ้าแสนภูขึ้นครองราชสมบัติครั้งที่ 2 ทรงมีพระราชประสงค์จะฝากพระราชศรัทธาและฝากฝังพระราชสมบัติของพระองค์ไว้ในพระพุทธศาสนา จึงทรงสละราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างวัดแสนฝังขึ้นมา ชื่อ “แสน” จึงมาจากชื่อพระเจ้าแสนภู ส่วน “ฝัง” คือการที่พระองค์ได้บริจาคพระราชทรัพย์เพื่อสร้างวัด จึงถือว่าพระองค์ได้ฝังสมบัติไว้ในพระพุทธศาสนา

ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่มีศิลปกรรมพม่าผสมอยู่โดยเฉพาะเจดีย์ที่มีการตกแต่ง ลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมีกุฏิเจ้าอาวาสซึ่งสร้างมานานกว่า 100 ปี เป็นจุดที่น่าสนใจอีกด้วย ตามประวัติเล่าว่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์ (เจ้าชีวิตอ้าว) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 มาสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2420 ครั้นสร้างเสร็จแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองในปี พ.ศ. 2421
วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดแสนฝาง เป็นอีกวัดที่มีชื่อเสียงในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะ “พระเจดีย์มงคลแสนมหาชัย” เจดีย์ทรงพม่าที่อยู่ภายในวัดมีลักษณะคล้ายเจดีย์ชเวดากองของพม่า เป็นเจดีย์สีขาวตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม มีความสูง 49 เมตร วัดแสนฝางนั้นเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เม็งรายและได้รับการอุปถัมป์บำรุงจากเจ้านครเชียงใหม่และคหบดีเชียงใหม่มาโดยตลอด ดังที่เห็นปรากฏจากแผ่นไม้จารึในวัดแสนฝาง

เดิมชื่อวัดแสนฝัง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของนครเชียงใหม่ มีมาแต่โบราณกาล นักโบราณคดีของล้านนาหลายท่านได้ให้คำสันนิษฐานว่า สร้างมาประมาณ 600 ปีเศษมาแล้ว (ประมาณจุลศักราช 687 ปี) นับโดยอนุมาน ตามคำบอกเล่าของ นายบุญมา พุทธวงศ์ ซึ่งเป็นรัตตัญญู บุคคลผู้มีอายุร่วม 100 ปี บอกว่า ที่คนเฒ่าคนแก่ที่ล่วงลับดับตายไปเล่าสืบๆกันมาว่า

เมื่อพระเจ้ามังรายมหาราช พระผู้เป็นพระราชบิดาสวรรคตแล้ว ก็เสด็จจากเมืองเชียงราย โดยรี้พลโยธาเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว ก็จัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระารชกุศลอุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณพระเจ้ามังรายมหาราช เมื่องานถวายพระเพลิงศพเรียบร้อยแล้วจึงเอาพระอัฐิ (กระดูก) บรรจุในสถูปไว้กลางเวียงเชียงใหม่ ทรงชำระสะสางปรับปรุงราชการงานเมืองให้เข้ารีดเข้ารอยปกติสุขทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงการทำการราชาภิเษกท้าวแสนภู พระราชบุตรขึ้นเสวยราชสมบัติแทนพระเจ้าปู่ (พระเจ้ามังรายมหาราช) พระเจ้าแสนภูเสวยราชสมบัติได้ 1 ปี พระยาขุนเครือผู้เป็นพระเจ้าอา ยกรี้พลมาจากเมืองนายเขตพม่ามาล้อมเมืองเชียงใหม่ เพื่อแย่งชิงเอาราชสมบัติ จากพระเจ้าแสนภูผู้เป็นหลาน พระเจ้าแสนภูไม่คิดจะต่อสู้พระเจ้าอา จึงหนีออกจากเมืองเชียงใหม่ไปอยู่เมืองเชียงรายกับพระราชบิดา คือ พระเจ้าไชยสงคราม และกราบทูลเหตูการณ์ที่พระเจ้าอามาชิงเอาเมืองเชียงใหม่แก่พระราชบิดาให้ทรงทราบ

พระเจ้าไชยสงครามทรงกริ้วพระยาขุนเครือเป็นอย่างมาก จึงจัดรี้พลมอบให้ท้าวน้ำท่วม เจ้าเมืองฝางยกรี้พลมาปราบพระยาขุนเครือ ท้าวน้ำท่วมล้อมเมืองเชียงใหม่ไว้ทุกด้าน จนการะทั่งจับพระเจ้าขุนเครือได้ แล้วเอาใส่เรือนจำขังไว้ที่แจ่งเวียงนานได้ 4 ปี เจ้าพระยาขุนเครือก็จุติสวรรคต พระเจ้าไชยสงครามจึงเสด็จมาจัดพระราชทานเพลิงศพ แล้วจัดพระราชพิธีราชาภิเษกท้าวแสนถูให้เป็นเจ้าปกครองนครเชียงใหม่อีก เป็น ครั้งที่ 2

เมื่อพระเจ้าแสนภูได้ครองราชสมบัติ ครั้งที่ 2 นี้มีพระราชหฤทัยดำริว่า พระเจ้าปู่ก็ดี พระราชบิดาก็ดี มีพระราชหฤทัยในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาโดยลำดับ พระองค์จึงมีพระราชประสงค์ที่จะฝากฝังขุมพระราชทรัพย์ของพระองค์ไว้ในพระพุทธศาสนาตามเยี่ยงพระเจ้าปู่และ อย่างพระราชบิดาบ้างจึงดำริว่า ซากกองอิฐที่ปรากฏเป็นฐานพระเจดีย์ ในสถานที่รกร้างว่างเปล่าใกล้แม่น้ำเล็กๆ ห่างจากน้ำแม่ระมิงค์พอประมาณจึงพอพระราชหฤทัยสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ บริจาคบูรณะพระเจดีย์ที่สลักหักพังในบริเวณแห่งนี้ ให้เป็นรูปร่างพระเจดีย์ที่มั่นคงทนถาวร และสร้างพระวิหาร กุฏิ ที่อยู่อาศัยถวายแด่สมณะชีพราหมณ์ เพื่อเป็นการฝากฝังพระราชศรัทธา และพระราชสมบัติของพระองค์ไว้ ในพระพุทธศาสนา

สถานที่พระองค์ทรงสร้างนั้นจึงตั้งชื่อว่า “วัดแสนฝัง” คำว่าแสนตรงกับชื่อพระเจ้าแสนภู คำว่าฝังนั้น พระองค์ได้บริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการสร้างวัดนี้ขึ้น เมื่อล่วงกาลผ่านเวลาหลายร้อยปี ชื่อวัดย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป ตามชื่อบ้านเมือง แม่น้ำลำคลอง ชื่อว่าแสนฝังก็กลายเป็นวัดแสนฝางไปย่อมเป็นไปได้ เมื่อเวลาล่วงเลยจนหมดราชวงศ์มังรายแล้ว จนถึงราชวงศ์สุลวะลือไชย์สงคราม ตั้งตระกูล ณ เชียงใหม่ วัดแสนฝากก็ได้รับอุปการะเอาใจใส่ ในการอุปถัมภ์บำรุงจากเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่โดยดีตลอดมา

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนอกจากเจดีย์ทรงพม่าแล้ว ยังมี “วิหารลายคำ”วัดแสนฝาง มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทยหลังคาเตี้ย ประดับด้วยลวดลายไม้แกะสลักและปูนปั้นปิดทอง ตามหลักฐานพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าทิพย์เกษรราชเทวี ได้โปรดให้รื้อพระตำหนักที่ประทับพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ มาปรับปรุงดัดแปลงสร้างเป็นวิหารลายคำถวายวัด ส่วนที่น่าสนใจอื่นๆได้แก่ พระอุโบสถเจ้าดารารัศมี หอไตรหลังเก่า และกุฏิ 100 ปี

เจ้าอาวาสวัดแสนฝาง

พระมหาดุลภาร ญาณสมฺปนฺโน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดแสนฝาง และยังดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการ เจ้าคณะตำบล ประวัติด้านการศึกษาของพระมหาดุลภาร ญาณสมฺปนฺโน พระมหาดุลภาร ญาณสมฺปนฺโน เจ้าอาวาสวัดแสนฝาง จบการศึกษาศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถานบันการศึกษามหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา เมื่อปีการศึกษา พ.ศ.2554

ลำดับเจ้าอาวาสวัดแสนฝาง

พระอธิการปัญญา ปญฺญาวํโส ไม่ทราบปี พ.ศ. ที่แน่นอน
พระอธิการโสภา โสภโณ ไม่ทราบปี พ.ศ. ที่แน่นอน
พระอธิการบุญจู โพธิวํโส ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 ถึงปี พ.ศ.2482
เจ้าอธิการศรีหมื่น ฉนฺทวโร ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2482 ถึงปี พ.ศ.2511
พระครูประจักษ์พัฒนคุณ (ถนอม ฐิตายุโก) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 ถึงปี พ.ศ.2558
พระมหาดุลภาร ญาณสมฺปนฺโน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ถึงปัจจุบัน

แผนที่วัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่


วัดใกล้เคียงวัดแสนฝาง ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดอุปคุต ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดมหาวัน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

วัดเชตวัน ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่