อำเภอพร้าว

0
3157

พร้าว (คำเมือง: Lanna-Phrao.png) เป็นอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมาของอำเภอพร้าว

อำเภอพร้าวมีชื่อเรียกตามภาษาพื้นบ้านว่า “เมืองป้าว” เป็นเมืองโบราณที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณว่า “เวียง

พร้าววังหิน” หรือ “เวียงแจ้สัก” ปัจจุบันเรียกว่า “เมืองพร้าว” มีประวัติความเป็นมาปรากฏตามตำนานโยนก ดังนี้

พุทธศักราช 1780 “พระเจ้าราวเม็ง” ผู้ครองนครหิรัญนครเงินยาง(จังหวัดเชียงราย) มีมเหสีทรงพระนามว่า

“พระนางเทพคำข่าย” มีโอรสชื่อ “เม็งราย” พ.ศ.1801 พระเจ้าราวเม็งทิวงคต พระเจ้าเม็งรายพระราชโอรสได้ขึ้นครอบราชสืบต่อมา ในขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ 20 พรรษา มีพระโอรส 3 พระองค์คือ (1) ขุนเครื่อง (2)ขุนคราม (3)ขุนเครือ

พุทธศักราช 1816 พระเจ้าเม็งรายทราบข่าวว่าทางหริภุญชัยนคร(เมืองลำพูน) อุดมสมบูรณ์พูนสุข จึงส่ง

”อ้ายฟ้าจาระบุรุษ” ไปกระทำวิเทโสบายกลศึกทางเมืองลำพูนนานถึง 7 ปี อ้ายฟ้าได้กระทำการสำเร็จ จึงทูลพระเจ้าเม็งรายเพื่อเกณฑ์ไพร่พลยกทัพไปตีเมืองลำพูน

พุทธศักราช 1823 พระเจ้าเม็งรายทรงให้ขุนคราม โอรสองค์ที่สอง ครองเมืองเชียงราย และพระองค์ได้ยก

ทัพไพร่พลมุ่งสู่เมืองลำพูน การเดินทัพถึงที่แห่งหนึ่ง พระองค์เห็นว่าท้องที่แห่งนี้เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมตามตำราพิชัยสงคราม มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ จึงหยุดทัพเพื่อสะสมไพร่พลและเสบียงอาหารเพื่อให้กองทัพมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยตั้งค่ายคูประตูหอรบ อย่างมั่นคงแข็งแรงอยู่บนสันดอยแห่งหนึ่งชื่อ “เวียงหวาย” และขนานนามว่า “นครป้าว” บางตำนานว่า “นครแจ้สัก” หรือ “เมืองป้าววังหิน” (คำว่า “ป้าว” มาจากคำว่า “ป่าวร้องกะเกณฑ์ไพร่พล” ภาษาท้องถิ่นหมายถึง “มะพร้าว” เพราะลักษณะภูมิประเทศมีภูเขาล้อมรอบกลมกลืนเหมือนลูกมะพร้าว) เมืองคงสร้างขึ้นด้วยพลโยธาของพระเจ้าเม็งรายและยังสร้างไม่เสร็จพระองค์ได้ยกทัพสู่เมืองลำพูนต่อไป มุ่งทัพลงมาทางใต้เลียบฝั่งแม่น้ำปิงไปพบชัยภูมิอีกแห่งหนึ่ง แต่ภารกิจยังไม่บรรลุเป้าหมาย จึงเคลื่อนทัพเข้าที่ราบผืนนี้ทำการเกณฑ์ไพร่พลขึ้นใหม่เพื่อสร้างเมืองและขนานนามว่า “นครพิงค์” (นครพิงค์สร้างหลังเมืองป้าวประมาณ 15 ปี ประมาณ พ.ศ.1828)

ในเวลาต่อมาพระเจ้าเม็งรายทรงเสด็จมาครองเมืองนครพิงค์ที่สร้างขึ้นใหม่ และขนานนามเมืองที่สร้างขึ้น

ใหม่ว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” และทรงให้ขุนเครือ ราชโอรสองค์ที่สามไปครองเมืองป้าว ขุนเครือได้บูรณะและสร้างต่อเติมเมืองป้าววังหิน (เวียงที่กล่าวนี้ อยู่ที่วัดพระเจ้าล้านทองถือว่าเป็นศูนย์กลางเวียง) จนได้ขนานนามว่า “นครป้าว” ขุนเครือครองเมืองป้าววังหินนานเท่าไรไม่ปรากฏหลักฐาน จนถึงปีสุดท้ายได้ถูก พระเจ้าเม็งรายลงทัณฑ์เกี่ยวกับการทำกาเมสุมิฉาตาลกับพี่สะใภ้ จึงถูกเนรเทศไปยังเมืองปาย (จังหวัดแม่ฮ่องสอนในปัจจุบัน) หลังจากนั้นนครป้าวจึงลดลงมาเป็นเมืองลูกหลวง ในเวลาต่อมา กษัตริย์ผู้ครองนครล้านนาไทยไม่มีราชบุตร ก็ส่งขุนนางคนสนิทไปครองเมืองแทน จนกระทั่งสมัยพระเจ้าแกน(พ.ศ.1954-1958) พระองค์ส่งลูกเจ้าราชบุตรองค์ที่ 6 หรือเจ้าติโลกราช หรือพระเจ้านิโลกราช ไปครองนครป้าว นับเป็นองค์สุดท้ายที่ครองนครป้าวนับแต่สร้างนครป้าวมา(พ.ศ.1823) จนถึงปัจจุบัน(2560) มีอายุถึง 737 ปี

การปกครองสมัยนั้นเรียกหัวเมืองเป็นแขวง คือ แขวงเมืองพร้าว ผู้ดำรงตำแหน่งนายแขวงคนแรก คือ

นายจันทร์ (ไม่ทราบนามสกุล) มีนายแขวงปกครองติดต่อกันมาจนถึงสมัยขุนชำนินรการ ซึ่งเป็นนายแขวงคนสุดท้าย ในปี พ.ศ.2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยเปลี่ยนจากนายแขวงมาเป็นนายอำเภอ ทำให้อำเภอพร้าวมีนายอำเภอเป็นผู้ปกครองบริหารราชการมาจนถึงปัจจุบันนี้

คำขวัญ

“เมืองเก่าวังหิน ถิ่นประเพณีล้ำค่า บูชาพระเจ้าล้านทอง เรืองรองเกษตรกรรม แดนธรรมหลวงปู่แหวน”

 

ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอพร้าวมีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอไชยปราการ และอำเภอแม่สรวย (จังหวัดเชียงราย)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเวียงป่าเป้า (จังหวัดเชียงราย)
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอดอยสะเก็ด
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแม่แตงและอำเภอเชียงดาว

การแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอพร้าวแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 ตำบล 109 หมู่บ้าน ได้แก่

ลำดับที่ อักษรไทย อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน ประชากรทั้งหมด
(พ.ศ. 2559)[1]
ประชากรแยกตามส่วนท้องถิ่น
(พ.ศ. 2559)[1]
1. เวียง Wiang 6 3,492 3,492 (ทต. เวียงพร้าว)
2. ทุ่งหลวง Thung Luang 6 1,663 1,663 (ทต. เวียงพร้าว)
3. ป่าตุ้ม Pa Tum 12 5,257 5,257 (ทต. ป่าตุ้ม)
4. ป่าไหน่ Pa Nai 10 4,507 4,507 (ทต. ป่าไหน่)
5. สันทราย San Sai 15 6,405 6,405 (อบต. สันทราย)
6. บ้านโป่ง Ban Pong 8 3,754 3,754 (ทต. บ้านโป่ง)
7. น้ำแพร่ Nam Phrae 8 3,333 3,333 (ทต. น้ำแพร่)
8. เขื่อนผาก Khuean Phak 10 4,651 4,651 (อบต. เขื่อนผาก)
9. แม่แวน Mae Wan 11 5,348 5,348 (อบต. แม่แวน)
10. แม่ปั๋ง Mae Pang 14 6,241 6,241 (ทต. แม่ปั๋ง)
11. โหล่งขอด Long Khot 9 4,607 4,607 (อบต. โหล่งขอด)
รวม 109 49,258 28,247 (เทศบาล)
21,011 (อบต.)

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอพร้าวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

เทศบาลตำบลเวียงพร้าว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเวียงและตำบลทุ่งหลวงทั้งตำบล
เทศบาลตำบลแม่ปั๋ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ปั๋งทั้งตำบล
เทศบาลตำบลบ้านโป่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านโป่งทั้งตำบล
เทศบาลตำบลป่าตุ้ม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าตุ้มทั้งตำบล
เทศบาลตำบลน้ำแพร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำแพร่ทั้งตำบล
เทศบาลตำบลป่าไหน่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าไหน่ทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลสันทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสันทรายทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผาก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขื่อนผากทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่แวนทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลโหล่งขอด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโหล่งขอดทั้งตำบล

การคมนาคม

จากตัวจังหวัดเชียงใหม่ไปยังอำเภอพร้าวมี 4 เส้นทาง

1. เส้นทางถนนเชียงใหม่-ฝาง เส้นทางนี้จะผ่านอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง และอำเภอเชียงดาว โดยเดินทางถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 80-81 จะมีสะพานข้ามแม่น้ำปิง เรียกว่า ปิงโค้ง จากนั้นจะพบสามแยกให้เลี้ยวขวาตามแยกนั้นไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตรจึงถึงอำเภอพร้าว
2. เส้นทางเชียงใหม่-พร้าว เส้นทางนี้จะผ่านอำเภอสันทรายและอำเภอแม่แตง ถึงอำเภอพร้าว ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร
3. เส้นทางเชียงใหม่-เวียงป่าเป้า เส้นทางนี้จะผ่านอำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอเวียงป่าเป้า (จังหวัดเชียงราย) ด้วย จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้ายผ่านบ้านขุนแจ บ้านทุ่งห้า และบ้านต้นกอก ระยะทางอีก 56 กิโลเมตร
4. เส้นทางจากอำเภอไชยปราการ-พร้าว ทางหลวงหมายเลข 1346 แยกจากทางหลวงหมายเลข 107 บริเวณบ้านศรีดงเย็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยว

ดอยม่อนล้าน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ
วัดดอยแม่ปั๋ง
วัดถ้ำดอกคำ
โบราณสถานพระธาตุม่วงเนิ้ง
วัดศรีดอนไชยทรายมูล
วัดพระเจ้าตนหลวง (พระเจ้านั่งช้าง) และพระธาตุดอยกาหลง
วัดพระธาตุนางแล
ถ้ำหลากลาน
น้ำตกผาตั้งและวังชมภู
น้ำตกผาลาด
น้ำตกคะนึงนาง
อ่างเก็บน้ำแม่วะ
น้ำตกตาดเหมย
ประตูผาและน้ำตกตาดยาว
น้ำตกม่อนหินไหล
น้ำพุร้อนหนองครก
วัดพระเจ้าล้านทอง
วัดพระธาตุกลางใจเมือง